
สร้างคอนเทนต์ให้ลูกค้า “ส่งให้หัวหน้า คู่ชีวิต” แทนการทักมาคนเดียว
ลูกค้าหลายคนไม่ได้ซื้อคนเดียวครับ เขาต้อง “ขออนุมัติ” หรือ “ขอความเห็น” จากหัวหน้า หุ้นส่วน หรือคู่ชีวิตก่อนเสมอ เลยเกิดสถานการณ์ที่เราเจอบ่อยมาก คือคนสนใจแล้ว แต่ไม่ทักต่อ เพราะเขายังต้องเอาไปคุยกับอีกคนหนึ่ง ถ้าคุณทำคอนเทนต์ที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้า “ส่งต่อ” ได้ง่าย เหมือนเป็นเอกสารช่วยตัดสินใจ ลูกค้าจะเดินเร็วขึ้นมาก เพราะเขาไม่ต้องอธิบายเอง และคนที่ต้องอนุมัติก็เข้าใจเร็วขึ้นครับ
คนไม่ทักต่อ เพราะยังอธิบายให้คนอื่นเข้าใจไม่ได้
เวลาลูกค้าจะส่งให้หัวหน้าหรือคู่ชีวิต เขามีโจทย์ในหัว 3 อย่างครับ หนึ่ง ต้องอธิบายให้เข้าใจเร็ว สอง ต้องตอบคำถามเรื่องความเสี่ยง และสาม ต้องทำให้คนรับรู้สึกว่ามันคุ้มและแฟร์ ถ้าคอนเทนต์ของคุณมีแต่คำโฆษณา เขาส่งต่อไม่ได้ เพราะมันดูเหมือนขาย แต่ถ้าคอนเทนต์เป็น “เหตุผล” และ “หลักฐาน” เขาจะส่งต่อได้ง่าย และการตัดสินใจจะเกิดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องเร่งครับ
คอนเทนต์ที่คนส่งต่อได้ ต้องมี 3 ชิ้นส่วน: เหตุผล, ตัวเลข, ความเสี่ยง เวลาทำคอนเทนต์แนวนี้ ให้คิดเหมือนทำสรุปให้คนที่ไม่ได้ตามเรื่องมาก่อนครับ ต้องมีเหตุผลชัดว่าแก้ปัญหาอะไร เหมาะกับใคร และทำไมต้องทำตอนนี้ ตามด้วยตัวเลขหรือกรอบที่จับต้องได้ เช่น ระยะเวลา งบประมาณเป็นช่วง หรือแพ็กเกจ 2–3 ระดับ แล้วปิดด้วยส่วนลดความเสี่ยง เช่น ขอบเขตงานชัด ขั้นตอนทำงานชัด หลักฐานเคสจริง หรือเงื่อนไขที่แฟร์ พอครบ 3 ส่วน คนรับจะตัดสินใจง่ายขึ้น และคนส่งจะไม่ต้องพิมพ์อธิบายยาวครับ
ทำให้ “ส่งต่อแล้วดูดี” ด้วยภาษาเป็นกลาง ไม่เร่ง ไม่อวย
คนส่งไม่อยากดูเหมือนถูกปั่นครับ โดยเฉพาะเวลาส่งให้หัวหน้า ดังนั้นโทนต้องเป็นกลาง เช่น “ใช้ได้กับเคสแบบนี้” “ไม่เหมาะกับเคสแบบนี้” “ถ้าต้องการความเร็วเลือกแบบนี้” “ถ้าต้องการความชัวร์เลือกแบบนี้” และอย่าใช้คำเร่งมากเกินไป เพราะคนรับจะตั้งการ์ดทันที พอคอนเทนต์ดูเหมือนข้อมูลช่วยคิด คนส่งจะกล้าส่ง และคนรับจะเปิดใจอ่านครับ
การสร้างคอนเทนต์ให้ลูกค้าส่งให้หัวหน้า/คู่ชีวิต คือการทำคอนเทนต์แบบ “ช่วยตัดสินใจแทนลูกค้า” ครับ เน้นเหตุผลที่ชัด ตัวเลขที่จับต้องได้ และส่วนลดความเสี่ยง พร้อมภาษาเป็นกลางที่ส่งต่อแล้วดูดี เมื่อคนส่งไม่ต้องอธิบายเอง และคนรับเข้าใจเร็วขึ้น การตัดสินใจจะเกิดไวขึ้นแบบธรรมชาติ ยอดขายจะเดินจากการส่งต่อ ไม่ใช่จากการทักมาคนเดียวครับ
ลูกค้าหลายคนไม่ได้ซื้อคนเดียวครับ เขาต้อง “ขออนุมัติ” ห…
